Yanisa's profileP e P a e * s T h e O r ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    August 10

    เซ็งสาด

    อุตส่าห์ดีใจว่าจะได้ไปคอนเสิร์ตดงบังแล้วนะ
    สุดท้ายแม่งก็อดอยู่ดี
    แล้วให้กูซื้อบัตรเชี่ยนั่นทำไมวะ
    สาดเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    อดแล้วเว้ย อดดูแล้ว แม่ง รมณ์เสีย
    August 08

    งานแถลงข่าวคอนเสิร์ต DBSG

    เมื่อวานนี้ ข้าพเจ้าได้ไปร่วมงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตดงบังชินกิด้วยล่ะ
    เป็นอะไรที่ดีใจนะ ที่ได้ไปร่วมงานนี้
    ตื่นเต้นจนเก็บไปฝันว่าลืมไปด้วยซ้ำ - -"
    ถึงจะต้องไปรอนิด้าเกือบชม.ก็เหอะ (เพราะเพิ่งตื่น)
    แต่อย่างว่าแหล่ะ ไปถึงก็ประมาณสามโมงก่าๆ
    มีแต่รูปห้าหนุ่มมาตั้งโต๊ะไว้ แต่ไม่ยักกะมีใครมาทำอะไรเลย
    มีแต่แฟนคลับไปยืนถ่ายรูป(รูป)ดงบังฯ อยู่นั่นแหล่ะ
    แต่ยอมรับเลยว่า โปสเตอร์ยักษ์ที่เค้าเอามาตั้งน่ะ ดูดีมากจิงๆ
    ทุกคนดูเท่เอามากๆ เลย ญาณิศาก็ถ่ายเก็บไว้เช่นกัน
    รู้สึกโชคดีที่เตือนนิด้าให้เอากล้องไปแฮะ ไม่งั้นคงเสียดายแย่เลย
    แล้วก็นะ งานนี้ทุกคนแสดงออกว่ารักดงบังกันแค่ไหน
    ดีใจเหมือนได้เจอคนรู้ใจเลยล่ะ
    เพราะเราชอบดงบังเหมือนกัน คุยกันรู้เรื่อง
    นิด้าเองก็ไปเจอเพื่อนสมัยเรียนม.ปลายเหมือนกัน
    รายนี้ก็บ้าไม่แพ้กัน แถมจองบัตรยืนราคา 4500 บาทไปแล้วด้วย
    น่าอิจฉามากๆ เลย
     
    งานนี้ ข้าพเจ้าต้องไปยืนรอขาแข็งประมาณสองชม.- -
    แอบเซ็งเล็กน้อยที่เลท แต่เวลาที่เลิกงานก็เลทไปชม.เดียว
    แล้วเจือกประกาศให้แฟนคลับมารับบัตรตอนสามโมงเนี่ยนะ แสด
    เออ จะว่าไปนะ โรงหนังที่นี่น่ะ (Siam Pavalai) ใหญ่โตอลังการชะมัด
    มานคือส่วนหนึ่งของโรงหนังในสยามพารากอนอ่ะแหล่ะ เดินหลงจนต้องถามทางเลยอ่ะ
    (จิงๆ ก็ไม่ได้หลงหรอก แค่เดินมาตามทางของเค้าเอง แต่มานกว้างไง)
    มาพร้อมกับเด็กกลุ่มที่เต้น cover ดงบังเลยล่ะ
    กว่าพนักงานจะเดินมาจัดแถว กว่าจะได้บัตร - -"
    น่าเบื่อขั้นรุนแรง
    แต่คุ้มอย่างนะ ได้ทีหลัง แต่ใกล้เวที(จอหนัง)มากกว่าอ่ะ
    งานนี้มีกรี๊ดค่ะ ขอบอกๆๆๆๆ
    แค่ฉายภาพขึ้นหน้าจอ มันก็กรี๊ดกันแล้วอ่ะ - -"
    ไม่ต้องบอกว่า พอมีภาพหนุ่มๆ แล้วจะกรี๊ดกันขนาดไหน
    ตอนที่สัมภาษณ์ออกรายการ Remote Control นะ
    มีฉากตอนที่ยูโนว์จับขาแจจุง แถม(ดูเหมือน)จะจับมือกันด้วย
    อ่ะนะ ทุกคนก็กรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหว เหอๆๆ อีเป้ก็เอาด้วย เฮ้~
    บอกแล้วงาย งานนี้สนุก
    ทุกอย่างที่เป็นดงบัง ทุกคนต้องการหมด
    ใบปลิวโฆษณา รูปโปสเตอร์โฆษณา โปสการ์ดโฆษณา บลาๆๆๆ
    เอาหมดๆๆๆ ทุกคนคว้าไว้หมด เหอๆๆ
     
    เสร็จงานก็ต้องไปเดินหาของกิน ไปจบที่ก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยาม
    นิด้าเลี้ยงค่า ขอบคุงมากๆ
    แล้วก็เข้าร้านอิชิมารู นิด้ายอมซื้ออัลบั้ม Rising Sun ด้วยอ่ะ
    (แต่ก็ไม่ค่อยสนใจอะไรมากมายหรอก)
    คุยกะเจ้าของร้านนิดหน่อย พี่แกเค้าชวนคุยด้วยแหล่ะนะ
    เห็นว่าไปงานแถลงข่าวกะเค้าเหมือนกัน (พี่แกเกาะติดน่าดูเลย)
    ออกมา นิด้าไปดูเสื้อผ้าค่ะ - -"
    หญิงเป้อยากจะดูเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าต่อมอยากได้เสื้อผ้าจะหยุดทำงานไป
    เสื้อสวยๆ น่ารักๆ ทั้งนั้นเลย แต่ไม่รู้สึกอยากจะจ่ายเงินซื้อเลยอ่ะ
    แถมนะ ชุดที่อีเป้หยิบจับเนี่ย เสร็จนิด้าหมดเรย - -"
    ตูก็เลยไม่ค่อยอยากจะได้อะไรอีก
    ไม่คิดว่าจะได้ใส่ด้วยล่ะมั้ง จริงๆ แล้วชอบนะ แต่ก็ยังไม่อยากซื้ออยู่ดี
    ไม่รู้ทำไมว่ะ - - ดีแระ ไม่เสียตังค์
     
    กลับหัวหมาก นอนตอนตีหนึ่ง ตื่นมามึนหัวชิบ
    เรียนไม่รู้เรื่องเรยยยยยยยยยยย
     
    August 04

    สอบเสร็จแล้ว - -

     ขอบอกว่า สอบเสร็จแล้ว
    แต่ไม่ดีใจเลยแม้แต่น้อย
    เพราะทำไม่ได้เลยสักวิชาเดียว
    อาจเป็นเพราะเทอมนี้เราคงจะชะล่าใจมากเกินไป
    ไม่รู้ทำไมนะ ถึงพลาดได้เอาเทอมนี้
    แถมข้อสอบก็ยากขึ้นอีกต่างหาก
    หริอว่า ข้อสอบไม่ยาก แต่เป็นเราเองที่ไม่พร้อม
    ก็เป็นไปได้ทั้งสองอย่างอ่ะนะ
    แต่อยากโทษข้อสอบมากกว่าอ่ะ T^T
    ย่ำแย่ขั้นรุนแรงแล้ว ตอนนี้
     
    เพิ่งสอบ Aspects J กะ BR เสร็จ
    พบว่า ทำไม่ได้ทั้งคู่ - -
    แจ๊บ อ่านไม่ครอบคลุม ผิดบานเบอะ
    บีอาร์จำฟอร์แมตไม่ได้ อ่านแค่ในชีทสรุป
    มันเลยออกมาแค่นั้น (ที่สำคัญ ลืมแบคกราวน์ซะงั้น)
    แย่ว่ะ รอบนี้ ตกแน่เรย - -
    เทอมหน้าตูลง 6 อีกแหง T^T
    ไม่ดีใจเลยยยยยยยยยยย
    August 02

    ~My Birthday~

    วันนี้วันเกิดหญิงเป้แหล่ะ
    นั่งรอคนส่งเมสเสจตั้งกะเที่ยงคืน
    มีอยู่คนเดียว - -
    แต่ว่า ก่อนหน้านี้ ตอนสองทุ่มโดยประมาณ
    พี่หมูเข้ามาอวยพรล่วงหน้างับ
    ด้วยเหตุผลที่ว่า พรุ่งนี้ไม่ว่างน่ะเอง
    มิเปงไร ดีใจที่ยังจำกันได้อยู่ แม้ว่าจะจบไปแล้วก็เหอะ
    แล้วก็เมสเสจโดย อ้อ ตอนเที่ยงคืนก่าๆ
    เช้ามา เจ็ดโมงครึ่ง แม่โทรมาอวยพรอีก
    บอกว่าไปทำบุญให้แล้ว
    (แต่ลืมกรวดน้ำให้ - -)
    แล้วเมสเสจก็ทยอยมากันเรื่อยๆ
    จาก พราว แจน หมายเลขปริศนา(ใครมะยู้)
    ตอนไปสอบก็เจอกอล์ฟ ก็เลยเอาการ์ดให้ อิอิ
    กำชับอีกว่า อย่าให้ใครอ่านนะ เขินง่ะ ><
    กอล์ฟบอกว่า จะทำให้มั่ง อิอิ
    ตอนเย็นพี่อ๊อฟ-กอล์ฟ โทรมาอีก - -
    ตอนเย็นอีกรอบ โทรไปหานิด้ากะไอ้ฟ้า
    พบว่า สองคนนี้ลืมค่ะ ท่านผู้ชม!!!
    ขนาดโทรไปแล้ว ยังไม่รู้ตัว - -
    เพิ่งนึกขึ้นได้หลังจากโทรไปแล้ว 1 ชม.
    ซะอย่างงั้นอ่ะ
    แต่ก็ขอบคุณมากนะ ทุกคนที่ยังจำได้
    แล้วก็ทุกคนใน MSN อย่าง อวล โพด พี่วิน และอื่นๆ ซึ่งเราจำไม่หมด
    ดีใจมากเลย จิงๆ

     สอบมิดเทอมมาถึงครึ่งทางแระนะ
    อาทิตย์นี้สอบเสร็จไปสอง
    รู้สึกว่าดีขึ้นกว่าสองตัวแรก
    นั่นคือ ทรานทู กะ อันเดอร์โน้ต
    วันนี้แจ๊บก็พอถูไถ
    บัสคอนเวอร์ก็ไปรอด(ชัวร์)
    จากนี้ก็เหลือแค่
    Apects of Japanese
    Business Writing Research
    ประมาณนี้ - - หลอนกันต่อไป เย่~~
     
    July 30

    บ้าเกาหลี

    พักนี้ บ้าเกาหลีมากเลย
    ฟังเพลงเกาหลี ดูหนังเกาหลี ละครเกาหลี
    บ้าไปหมด - -"
    บ้าสุดๆ ก็คงเป็น TVXQ (DBSG, TVfXQ)
    ดงบังชินกิอ่ะแหล่ะ
    ไม่หลงก็แย่แระ หล่อๆ ทั้งน้านนนนน
    แถมร้องเพลงเพราะสุดยอด
    ไม่รู้ใครนะ ช่างสรรค์สร้าง นักร้องชั้นยอดออกมาขนาดนี้
    เปงบุญหูฉันจิงๆ เร้ยยยย
    ตอนนี้บ้าหนังเกาหลีเรื่อง My Boyfriend is Type B
    หรือ "หนุ่มตัวร้าย ผู้ชายกรุ๊บบี"
    พระเอกคือ ลี ดอง กัน
    เป็นคนเดียวกับที่เล่น Sweet 18 หรือ
    "เจ้าสาวมือใหม่ ยัยตัวจุ้น" ที่ฉายที่ช่อง 7 น่ะเอง
    เปงคู่พระนางคู่เดียวกันเรย
    ชอบมากค่า ><
    ตอนนี้รอพี่ชายซื้อ vcd มา กลับบ้านไปจะดูให้ตายไปเรย
     

    สอบมิดเทอมอยู่นะ ช่วงนี้
    สอบไปแล้ว 2 วิชา เหลืออีก 4
    พบว่า...ข้อสอบยากบรรลัย
    ทำไม่ได้อ่ะ ทั้งสองวิชาเรย
    ไม่รู้จารย์เอาไรมาออก
    หรือว่าเรามันโง่เองฟะ แบบว่า common sense หดหาย
    พอสอบแล้วก็เลยทำไม่ได้
    blank ตลอด ในหัวอ่ะ (ไม่ใช่ในข้อสอบนะ)
    กลัวว่าต่อๆ ไปอาจจะทำไม่ได้อ่ะจิ
    ไม่จบ 4 ปี จะทำไงว๊า อายเค้าตายเลย
     

    ใกล้วันเกิดเข้าไปทุกที
    ตามที่พระดูดวงให้ บอกว่าย่างเข้า 22 จะมีดวงเรื่องคู่ครอง
    แล้วก็เรื่องงานด้วย
    ช่วงนี้เรยเจออะไรแปลกๆ ประจำ - -"
    เริ่มแรก น้องแอร์มาเล่าให้ฟังว่า
    มีหนุ่มจีน(มั้ง)มาถามว่า เราเป็นคนจีนรึเปล่า
    (อ้าว แล้วมันเสือกรู้ได้ไงว่า เราเป็นรูมเมทไอ้น้องแอร์  - -")
    เมื่อวานนี้ ขึ้นรถตู้กลับบางนา*
    มีผู้ชายคนนึง แต่งตัวคล้ายพี่ตูน บอร์ดี้ฯ จะขึ้นรถคันเดียวกัน
    เรากะพราวนั่งตรงแถวหน้าสุดพอดี(กะประตูอ่ะนะ)
    ไอ้เราก็ถอดแว่นอยู่ซะด้วยสิ - -
    ตานั่นมองเข้ามา สบตากันพอดี(เว่อร์โคด)
    หนุ่มคนนั้นก็ทำตัวแข็งไป (เหมือนเจอเมดูซ่าอ่ะป่ะ)
    แล้วก็ลุกลี้ลุกลนขึ้นรถไปนั่งข้างหลัง
    ตอนจะลง ตานั่นลงที่หอในซอย3
    ลงไปแล้วก็หันหลังมามองรถตอนที่ยังไม่ปิดประตู
    จนประตูปิดอ่ะแหล่ะ ถึงยอมเดินไป
     
    ปล. เรื่องหลังนี่ เพ้อเจ้อเอง แต่คิดว่าแปลก
    ไม่ใช่ว่าหลงตัวเองนะเฟ้ย - -"
    ปล2. แบรนด์ ซุปไก่ กินเกินวันละ 2 ขวดได้ ใช่มะคะ - -"
    รู้สึกสับสนกับกระทิงแดงยังไงไม่รู้
     
    July 18

    โสดสนิท - -

     พอจะรู้แล้วละ ว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีใครมาจีบสักที
    ก็ดันมีแต่ผู้ชายมารายล้อมทั้งนั้นเลยนิ
    แถมไอ้พวกนั้น มันก็เพื่อนล้วนๆ เลย
    ใครที่ไหนจะกล้าเข้ามาจีบล่ะเนี่ย - -"
     
    วันนี้ ไปกินข้าวเที่ยงกับนัท ที่เรียนญี่ปุ่นด้วยกัน
    นัดกันไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
    เพราะว่างเหมือนกัน (รายนั้นว่างจัดซะด้วยสิ)
    แล้วก็ไปๆ มาๆ กันสองคนจนเรียนเสร็จ
    ก็เรียนด้วยกันนินา - -"
    พอตกเย็น กลับมาสักพัก
    ตอนสี่โมง พราวก็โทรมาชวนไปกินข้าว
    แต่ไม่ได้ไปด้วยเพราะเช้าเกินไป ยังไม่หิว
    เลยเล่นแร็คไปจนทุ่มนึง
    สุดท้ายก็ไปกับพวกนิคจนได้
    ตอนแรกนึกว่าจะไปกับนิคสองคน
    ที่ไหนได้ ดันแตกหน่อออกมาอีกเป็น 5 หนุ่ม
    มี นิค ยู บีสาม กอล์ฟ และ เซ็ตไทซัง
    กินไปคุยไป บลาๆๆๆ
    สนุกสนานได้เรื่องไปอีกแบบเรยนะ
    เหมือนกับว่า งานนี้หญิงเป้เปงดาวเด่นซะอย่างงั้นแหล่ะ
    เค้าคุยกานเรื่องที่เรารู้ทั้งนั้นเลย อย่างนี้สิค่อยน่าคุยกันหน่อย
    กินเสร็จก็ทำท่าว่าอยากจะให้เราเดินไปส่งซะงั้นอ่ะ
    แบบว่า ผู้หญิงคนเดียวไง ให้เดินไปส่งหนุ่มๆ ที่หอชาย - -"
    โอ้ แอบเอ๋อ พวกนั้นก็เลยเดินขึ้น king court แล้วก็แยกกันตรงนั้น
    สนุกดีเหมือนกันนะ ถ้าไม่ต้องคิดอะไรมากอ่ะ เหอๆ
     
    ปล. เพิ่งรู้ว่ากอล์ฟก็เกิดวันที่ 2 สิงหา 28 เหมือนกาน
    ปล2. โอเข้าโรงบาลไปผ่าสมอง หายไวไวนะ แล้วจะทวงช็อคโกแลต
    ปล3. ไม่มีไรแระ รู้แค่ว่า จะสอบแล้ว ยังคิดฟุ้งซ่านอยู่ได้ บ้าเป่า?
     
    July 16

    นินทา+เครียด

     วันนี้รู้สึกว่าตัวเองอารมณ์ขุ่นมัว
    อาจเป็นเพราะงานและสอบที่ท่วมท้นเข้ามา
    แถมยังไม่ได้เริ่มอ่านหนังสือสอบเลยด้วย
    พรุ่งนี้มีสอบมิดเทอมคันจิ
    และ roleplay interview bus conv
    ยังไม่พร้อมสักอย่าง
    เครียดอย่างรุนแรง
     
    เออ คิดว่าเรื่องนินทาเนี่ย มันสนุกรึเปล่า?
    สนุกตรงที่ว่าได้นินทาบุคคลที่ 3, 4, 5,...
    แต่ต้องไม่ใช่เรา
    เพราะคนที่ถูกนินทา พอได้ยินเรื่องพวกนี้เข้า
    มันรู้สึกไม่ดีเลยนะ
    แล้วก็ไม่ต้องมาเล่าด้วยว่านินทาอะไรกัน
    ไม่อยากรู้ ไม่อยากฟัง
    ขอเป็นเต่าในกระดองหน่อยเหอะ
    ไม่ฟังเรื่องพวกนี้สักพัก คงไม่เป็นไรมั้ง
     
    เพราะไม่ว่าง ถึงไม่ค่อยเข้าไปเล่นเกม
    กลายเป็นว่า เราล้าหลังที่สุด
    ในขณะที่คนอื่นสร้างตัวใหม่ ตัวแล้วตัวเล่า จนเวลเต็มกันหมดแล้ว
    เราก็ยังอยู่ที่ตัวเดิม แถมเวลยังไม่เต็มอีกต่างหาก
    ตกลงว่าเราเล่นเกมห่วยแตกขนาดนั้น
    หรือว่า ไม่มีใครเข้าใจธุระของเรากันแน่
    หรือว่าจะเป็นทั้งสองอย่างนะ
    สงสัยเราจะ int น้อยเกินไป
    สู้พวกอัพ int อัพ str จนเป็นเทพไม่ไหว
    เฮ้อ...เกิดมาโง่ก็งี้ - -
     
     
    July 12

    ย้ายบ้านใหม่

     จากที่เรารอคอยมาแรมปี
    ในที่สุด วันนี้ก็มาถึง
    วันที่เราจะได้ย้ายเข้าบ้านใหม่
    จากที่ต้องคอยมาดูบ้าน ตั้งแต่ตอกเสาเข็ม ยันเข้าไปอยู่เนี่ย
    มันนานมากๆ เลยนะ
    พอได้เข้าไปแล้วมันชื่นใจบอกไม่ถูก
    ทุกอย่างใหม่หมด เป็นไปตามที่เราต้องการ
    มีทุกสิ่งที่เราคิดไว้
    โห ถ้าได้อยู่นานกว่านี้ก็คงจะดีหรอก
    อารมณ์เหมือนตัวเองหนีไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศใครสักคนงั้นแหล่ะ
    ได้ไปนอนแค่ 2 คืนเองง่ะ - -"
    เพราะวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นฤกษ์สะดวก
    ตรงกับวันทำบุญโรงงานพอดี
    เลยนิมนต์พระไปสวดเข้าบ้านใหม่ซะเรย
    แล้วก็ยกพระพุทธเข้าบ้านด้วย
    นี่เป็นครั้งแรก ที่รู้สึกว่า
    "อยากกลับบ้านมาก"
    รู้สึกว่า คิดไม่ผิดที่โดดเรียนคอร์ส IELTS เพื่อกลับบ้านเร็วๆ
    นึกแล้วก็อยากกลับบ้าน..จริงๆ นะ
    อยากให้เรียนจบไวไว แล้วจะได้กลับไปอยู่บ้าน
     
    ตอนนี้ รู้สึกอีกอย่างคือ
    สะบักสะบอมไปทั้งตัว
    เหมือนไปเล่นกีฬาหรือโดนซ้อมมาไรเงี้ย
    มันเหนื่อยอ่ะ งานเยอะมาก ไม่ได้หยุดเลย
    แล้วนี่ก็ใกล้สอบมิดเทอมแล้ว
    นึกได้ว่า ยังไม่ได้อ่านเลยสักวิชา
    กลุ้มใจมากเลยนะ กลัวจบไม่ทันเพื่อน
    กลัวว่าจะจบตอนซัมเมอร์ (ซึ่งไม่อยากเด็ดขาด)
    ตอนนี้ก็ต้องก้มหน้ารับความจริงต่อไป - -
    สู้ๆ สู้ตาย !!!
    July 04

    Yukata Workshop

    วันนี้เรียน Aspects of Japanese

    เปงคลาสที่เรารอมานาน

    เพราะจะได้ใส่ยูกาตะกัน

    (ไม่ใช่กิโมโนนะ คนละอย่างกัน)

    ก็ต้องจับกลุ่มกาน 3-4 คน

    แต่ว่า มานเหลือแหล่ะ - -

    แน่นอนว่า คนเหลือๆ ก็ต้องมารวมกลุ่มกาน จิงมะ?

    มีหญิงเป้ ภา หมิง

    หมิงทำท่าดีใจมาก ที่มีกลุ่มอยู่  - -"

    แล้วก็ไปจับโอน้อยออก เลือกชุด

    โฮะๆๆ ได้กลุ่มแรกล่ะ ได้เลือกก่อน

    เลยเลือกชุดสีม่วงอ่อน

    แล้วก็เริ่มใส่กัน เปงอะไรที่ชุลมุนวุ่นวายมากๆ เลย

    แต่สุดท้ายก็ถ่ายรูปมาได้

    วู้ๆ ตอนแรกนึกว่าโซฮีหลุดออกมา - -"

    สงสัยเพราะไปตีเจ๊แกมากไปหน่อย เลยกลับมาหลอน

    แต่ว่านะ ชุดผู้ชายใส่ง่ายกว่าชุดผู้หญิงเยอะเรย

    เรียบง่ายแต่เท่มั่กๆๆ ><

    หญิงเป้จาพยายามเอารูปมาลงในอัลบั้มนะจ้ะ

    ตอนนี้รอรูปจากภาอยู่ เพราะรูปจากมือถือมานไม่ชัดอย่างแรง - -"

    โย่ว จบแล้ว..

    July 03

    เสียใจ..

     ปวดท้องเมนส์...
    ยังดี แคร์ไปซื้อยาให้
    ไม่งั้นคงชักตายคามหาลัยไปแล้ว
    ขอบคุณค่า -/|\-
     

    อยากจะบอกว่า..
    เพื่อนกัน
    มีอะไร พูดกันตรงๆ
    อย่าไปพูดกันเองลับหลัง
    คนที่ถูกพาดถึงรู้เข้า
    มันน่าเสียใจแค่ไหน..รู้บ้างรึเปล่า?
    ทั้งๆ ที่เราถามแล้ว บอกแล้ว ใจกว้างแล้ว
    ไม่อยากฝืนใจใคร
    แต่ก็ไม่อยากให้พูดกันแบบนี้
    รู้สึกไม่ดี เข้าใจมั้ย?
    เรียนจะจบกันแล้ว ไม่อยากทะเลาะกับใคร
    ไม่อยากมองหน้าใครไม่ติดอีก
    เรามันเป็นคนที่ใครๆ ก็ไม่กล้าพูดด้วยรึไง
    ถึงได้ทำกันแบบนี้
     
    เสียใจนะเว้ย
     
    July 01

    ซาน...

    โห ซานสมชื่อจริงๆ นะ
    เปงวันที่ทรหดเอาการเรย
    แบบว่าตั้งแต่เช้าแระ ตื่นมารอรถตู้ กว่าจะได้ออก เกือบสิบเอ็ดโมง
    ถึงหัวหมากสิบเอ็ดโมงครึ่ง นั่งแท็กซี่ต่อไปชิดลม
    นั่งกินแม็คแล้วรีบขึ้นเรียน
    วันนี้มีนักเรียนมาใหม่หนึ่งคนด้วย ชื่อ พี่นก
    เธอทำงานแล้ว แต่หน้าเด็กมั่กๆ
    เด็กกว่ายัยเด็กคอมอาร์ทสองคนนั่นซะอีก
    ขนาดยัยเดียว(ดำๆ)นั่นยังเอ่ยปากเรยนา เหอๆ
    แล้วการเรียนก็ดำเนินผ่านไป โดยที่หญิงเป้เพลิดเพลินไปพักใหญ่
    แบบว่าแกรมม่า พาร์ท listening ดำเนินไปด้วยดี
    และคะแนนที่ได้ก็ดีซะด้วยสิ - -
    น่าดีใจแฮะ (รึเปล่า)
    จากนั้นเราก็มาคุยกันหลังเลิกเรียนว่าจะเอาไงกันแน่
    เพราะอาทิตย์หน้ามี long weekend
    และหญิงเป้คิดว่า สมควรแก่การกลับบ้านเป็นอย่างยิ่ง
    ถึงไป discuss กับเพื่อนๆ และอาจารย์ Andrew
    พบว่า อาจจะไม่ต้องโดดน่ะเอง เหอะๆ
    อาจารย์บอกว่า จะทำไรก็โทรไปบอกเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียนแล้วกัน แล้วเค้าจะบอกอาจารย์ให้
    หึหึ ได้กลับบ้านแล้วเว้ยยยย
     
    จากนั้น เราก็แยกย้ายกันกลับ
    และพบว่า หญิงเป้และหม่อมยายพราว เกิดซาน
    อยากไปเดินดูรองเท้าที่เซนทรัลชิดลม
    ระหว่างนั้นฝนก็ดันตกพอดี - -"
    และเราก็ต้องกระเสือกกระสนเอาแฟ้มมาบังฝนจนไปถึงจนได้
    เดินดูรองเท้ากันจนเหนื่อย แถมไม่ได้อะไร เพราะไซส์มันหมด
    จึงกลับมาตั้งหลักใหม่ และเรียกแท็กซี่
    ระหว่างนั้น ก็พบว่า แท็กซี่หายากสาดดดด
    พบจับแท็กซี่ได้ปุ๊บ ก็มาซานกันต่อ เพราะคิดว่าจะไปเดอะมอลล์บางกะปิ
    ไปรอกินฮะจิบัง แม่ง พนักงานทำงานอืดสิ้นดี
    ลูกค้ารอกันเต็มหน้าร้าน มันยังอืดกันอยู่ได้ - -
    จากนั้นก็เดินซานไปหาร้านที่ทำจี้ที่เปงชื่อ
    ระหว่างนั้น หญิงเป้และหม่อมยายพราวก็ไปเจอร้านรองเท้าราคาถูก
    แถมยังดูเริ่ดหรูอย่างมาก
    มีไซส์ รองเท้าสวย ราคาไม่แพง
    แต่ ใส่แล้วไม่สวย - -"
    ช่างเหอะ ดวงมันจะไม่ได้ซื้อรองเท้า
    +ดวงที่จะไม่ได้จี้ชื่อตัวเองมาห้อยคอ ก็งี้แหล่ะนะ ปลงๆ
    เดินไปเดินมา ได้ถุงเท้าสำหรับนอนมาอีกหนึ่งคู่
    โดยที่พยายามต่อราคาเจ้าของร้านแล้ว แต่เหนียวมาก จาก 199 เปง 180
    พอหยวนๆ แหล่ะวะ
    สักพักเดินเลี้ยวมาอีกมุม ก็ไปเจอร้านเดิมที่เคยซื้อไป - -*
    ช่างมาน ฉันได้แค่ 190 มานแพงไป เอาถูกไว้ก่อน เปงค่ารถ (ตั้งสิบบาทนะเว้ย)
    จากนั้นก็ได้สร้อยเงินตามต้องการอีกหนึ่งเส้น 140 บาท
    สุดท้าย ไปซุปเปอร์ ซื้อแบรนด์กะน้ำเฉาก๊วย (โคดหนัก)
    จะกลับบางนาสักที ปรากฏว่า...ฝนตก ไม่มีแท็กซี่
    เพราะคนไปยืนแย่งรถกานเต็มหน้าห้าง
    เดินไปทางไหน คนก็เยอะไปหมด
    เรยต้องเดินไปซื้อร่มที่ watson อันละ 69
    และพบว่า มันกางจนสุดไม่ได้ - -* แสดดดดด เจ็บใจตัวเอง
    ทำใจอ่ะ เดินไปทั้งแบบนั้นก็ได้ แง่งๆ รันทดๆ
    เดินไปหน้าตะวันนา คนก็เยอะ ต้องเดินฝ่าน้ำนองกลางถนนอีกต่างหาก
    สุดท้ายก็ต้องเดินไปฝั่งตรงข้าม พยายามมองหารถกันเต็มที่เรย
    แย่งชิงกันสุดๆ อ่ะ ถ้าไม่อยู่ตรงนั้นนะ จะไม่เชื่อเรยทีเดียว
    สุดท้าย เราก็อาศัย agi ที่อัพจนเต็ม 99 +10 (จากรองเท้า)
    วิ่งเข้าไปหาแท็กซี่ที่กำลังจอดรอผู้โดยสารชัก(เงิน)ช้าอย่างรวดเร็ว
    กระนั้น ก็ยังมีพวกหน้ามืดพยายามวิ่งเข้ามาแย่ง แต่ไม่สำเร็จ เหอๆๆ
    หญิงเป้จึงถามอย่างรวดเร็วว่าไปเอแบคบางนามั้ย พี่แกพยักหน้า
    โอ้ววววววว สวรรค์ทรงโปรด ในที่สุด หญิงเป้ก็จะได้กลับหอแล้ว
    ดีใจมากกกกค่า Ureshii desu!!!!
    แล้วเราก็กลับหอในสภาพลูกหมาเปียกน้ำ - - โดยสวัสดิภาพ
    จบ... Owari !!
    June 26

    เสร่อ

    วันนี้จำได้ว่ามี quiz I ของญี่ปุ่น

    แล้วเราก็ยังไม่แม่นเป๊ะอะไรกับเค้าเรย

    แถมคันจิก็ยังไม่เวิร์คด้วย

    หวังลอกพี่จิวลูกเดียวแระเนี่ย

    พอเรียนจนพัก อาจารย์ก็มาบอกว่า

    "วันนี้ไม่มีสอบคันจินะคะ สอบทีละสองบท

    เนี่ย ดูที่คอร์สเอ้าท์ลายก็ได้"

    ตึง! กุอุตส่าห์ท่องแทบตาย - -

    แล้วผลคือ...กุทำไม่ค่อยได้ T^T

     

    June 25

    วุ่นวายๆๆๆๆๆ

     ทำไมมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้นะ
    ปี 4 แล้วแท้ๆ แต่ใครๆ ก็ยังต้องการตัว
    เอ้ะ หรือว่าเราสำคัญตัวเองผิดไป
    ไม่ต้องเป็นที่สนใจก็ได้ แต่ขออยู่อย่างสงบ
    แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอ
    ขอแค่นี้ จะได้มั้ย?
     
    ทำไมต้องเป็นคนที่ยึดติดกับนู่นนี่ไปเรื่อยเรยนะ
    อยากอยู่เฉยๆ บ้างจัง แบบที่ไม่ต้องเดินทางตลอดน่ะ
    มันเหนื่อยแบบไม่รู้ตัวจิงๆ นะ
    แค่นี้ก็จะแย่แล้ว
     
    เมื่อไรจะได้กลับบ้านสักทีนะ ?
    เบื่อจัง..
    June 18

    Meeting I & Akiba (ภาคเดือด)

    เมื่อวานนี้ ชมรมยิงปืนของเราได้จัดมีตติ้งขึ้นที่หัวหมาก
    เรียกได้ว่ามีน้องมาน้อยกว่าที่ได้ยินนะ - -
    คือว่า กุรู้มา(จากประธาน)ว่า มีประมาณ 89 คน
    วันที่มานี่ยังไม่ถึงครึ่งเรยด้วยซ้ำ เหอะ...แถมยังไม่ยอมโทรตามอีกตั้งสองหน้ากระดาษอีก
    น่าอับอายจริงๆ ให้ตายเหอะ
    จบงาน มีอีวาฯ - -
    ประธานให้คอมเม้นต์เรื่องมีตติ้ง
    พอกุพูด แม่งก็เอาสีข้างเข้าแถก ทั้งผัวทั้งเมียเลย (สีข้างแหกไปอ่ะยัง เหอ?)
    เป็นการตอบคำถามที่ปัญญาอ่อนและไม่ตรงประเด็นที่สุด
    เท่าที่เคยได้ยินเลยนะ งี่เง่าชะมัด
    จริงๆ เรื่องนี้มันงี่เง่าตั้งแต่เลือกประธานกันแล้วล่ะ
    รู้สึกคิดผิดอย่างรุนแรง
    ปีนี้จะไปรอดมั้ยว้า?
     
    จากนั้น เราก็ตัดสินใจโดดไปอาคิบะกะไอ้ฟ้า ตอนหกโมงเย็น
    เพราะเห็นว่าคงไปงานวันเกิดปิ่นไม่ได้แร้ว (ก็เลทนี่หว่า)
    งานนี้ เราได้รู้จักเพื่อนๆ ฟ้าอีกประมาณสามคน (ที่คิดว่าคุยกันได้)
    นั่นคือ ยศ โอ๊ต(หญิง) บุ๋น
    ท่าทางสนิทกันดีนะ แต่ยศ ทรยศสุดๆ หนีกลับก่อนให้เราเคว้งอยู่คนเดียวในร้าน  - -
    สุดท้าย ได้เจอเจ้าของร้าน อีตาคนงกประจำร้าน
    แม่ง แค่เกริ่นเรื่องขอสปอนเซอร์
    เจือกจะให้กุอธิบายทุกอย่างตอนนั้นเลยรึไง
    คนยิ่งเหนื่อยๆ อยู่นะเว้ย นึกอะไรไม่ออกเว้ย
    สุดท้าย กว่าจะได้ออกมาจากสยามก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่า
    โอ๊ตดันเรียกร้องอยากจะไปสวนลุมไนท์ฯ ต่อ ทั้งๆ ที่มันจะสี่ทุ่มแร้ว
    ไปถึงสวนลุมฯ รถก็ติดบัดซบจิงๆ กว่าจะได้เข้าไปก็สี่ทุ่มแระ
    ฟ้ากะบุ๋นไปนั่งกินเบียร์ เรากะโอ๊ตไปช้อปปิ้ง
    นั่นแหล่ะ แรกๆ ก็เดินแบบไร้จุดหมาย สุดท้ายเดินกลับมาทางเดิม
    แล้วก็ได้ซื้อของติดไม้ติดมือมานิดหน่อย (กำไลสองวง 65 บาท)
    แล้วก็รีบกลับ แต่ว่า มานก็เจือกขับไปทางถนนราชดำเนินซึ่งรถติดเหี้ยๆ
    ไปถึงที่นู่นก็เที่ยงคืนพอดี - -"
    กว่าจะถึงหอก็ตีหนึ่งสิบห้า โอ้ยยยยยย ง่วงชิหาย
     
    วันนี้ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าด้วยนะ เพราะต้องไปล้างแผลที่หัวหมาก
    หมออยู่เวรแค่ถึงเที่ยงครึ่ง รถตู้มันกว่าจะเต็มก็เกือบสิบเอ็ดโมง
    แอบโกรธนะเนี่ย เสียการเสียงานหมด
    ยังมาโวยวายอีกนะว่าเงินไม่ครบ ทอนผิดหรือใครยังไม่จ่ายรึเปล่า
    น่าตบคนขับรถจริงๆ เลย แง่งๆๆ
    ทำธุระทุกอย่างเสร็จ อีเป้ก็ได้ฤกษ์กลับหอบางนา
    ฟู่ จบความวุ่นวายที่สุดของวันไปได้ อิอิ
    พอแระ มากปายๆ อิอิ
    June 08

    Let's Play RO!!!

    เป็นเรื่องยินดีที่เม้งกี้ของเรา เอาแร็คเวอร์ชั่นใหม่มาเปิดอีกครั้งนึง

    ไม่รู้ว่าเพราะเพื่อนๆ เรียกร้องหรืออยากรอเวอร์ชั่นใหม่กันแน่

    แต่ที่รู้ๆ คือ "เรามีเกมส์เล่นแล้วเว้ยยยยยยยย"

    โอ้ แต่ที่ดีกว่านั้นคือ มีอาชีพใหม่โผล่ขึ้นมาด้วยนะ

    มีนินจา มือปืน เทควันโด(ไม่ใหม่มั้ง)

    ประมาณนี้ ทำให้พวกคนเล่นเก่าๆ กลับมาลองเล่นกันใหม่

    เรียกได้ว่า รอบนี้คึกคักกันมากๆ

    หญิงเป้ก็ประเดิมที่ครูเสดเดอร์เหมือนเดิม

    พราวก็เปิดด้วยพรีสเช่นกัน

    พราวเปิดไนท์อีกตัว อีเป้เปิดอโคไลท์อีกตัว

    ผลคือ ครูเสดเป้ กับไนท์พราว ไปดูดพรีสอั๋ม - -"

    จริงๆ พรีสต้องไปดูดครูเสดกับไนท์ไม่ใช่เหรอ

    คำตอบคือ "ก็นู๋เปงครูเสดอ่อนๆ นี่คะ" หุหุ

    รอดูต่อไป

     

    พรุ่งนี้เปงวันสำคัญของในหลวงนะ

    ฉลองครองราชย์ครบ 60 ปี

    น่ายินดีมากๆ ไม่มีกษัตริย์องค์ใดในโลกครองราชย์นานขนาดนี้เลยนะ

    ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทยจริงๆ ค่า ><

    =ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน=

     

    ปล. เล่นแร็ค นั่งเล่นในย่อน ไปเจอมือปืนชื่อ perjer

    คิดว่าใครกันคะ เหอๆๆ

    ก็ธงอ้วนไง อย่านึกว่าไม่รู้นะ เห็นชื่อก็รู้แล้ว

    ขนาดเมล์ยังใช้ชื่อนี้ ใครไม่รู้ก็โง่แร้ว เหอๆๆๆ

     

    June 07

    ฝันดี ฝันถึง U-Know[TVXQ]

    งับ เรียกได้ว่าเปงฝันดีที่สุดในรอบสองเดือนกันเลยทีเดียว
    รองๆ ลงมาจากเรื่องฝันเป็นจริงที่ได้มาร์เกต B (แล้วก็ได้จริงๆ นะ)
    ไม่พล่ามมากดีกว่า เล่าเลยละกัน อันนี้ตัดตอนมาแล้วนะ
     
    ฝันว่า....เราได้เดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อท่องเที่ยวแหล่ะ
    คล้ายๆ กับตอนที่ไปเมืองจีนเลยล่ะ
    ทีนี้ เราก็ไปพักอยู่เมืองๆ นึง แล้วหญิงเป้ก็ได้เจอกับ U-Know (ยังไงไม่รู้)
    U-know นั่งเอาขาพาดกับที่วางแขนบนโซฟาตัวยาว (แต่ในฝันเหมือนเอาเก้าอี้นักเรียนมาเรียงกันเลย)
    แล้วประมาณว่า เราพูดอะไรสักอย่างแล้วกำลังจะเดินออกไป
    U-Know ก็มาเรียกไว้ แล้วบอกว่า "จะไปไหนน่ะ วันนี้วันเกิดผมนะ"
    หญิงเป้ก็เลยชะงักแล้วก็เดินเข้าไปหา
    เอามือวางคร่อมร่าง U-know ที่กำลังนั่งอยู่ แล้วยื่นหน้าไปใกล้ๆ
    "แล้วจะให้ทำยังไงดีล่ะจ้ะ" หญิงเป้พูดเสียงหวาน
    เท่านั้นแหล่ะ หนุ่มน้อยน่ารักคนนั้นก็เอาแขนตวัดรอบเอวทำให้หญิงเป้ล้มทับตัวใส่
    แล้วยังกอดเอาไว้อีกด้วยนะ ><
    หน้าหญิงเป้ก็อยู่ตรงลำคอของ U-Know พอดีเลยค่า~
    แล้ว U-know ก็พูดอะไรสักอย่างง่ะ จำไม่ได้แร้ว
    แต่หญิงเป้ตอบกลับไปว่า
    "ขอโทษนะที่ไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้ งั้นพรุ่งนี้จะให้จูบแรกนะ" (ทำไมต้องพรุ่งนี้ฟะ)
    ชายหนุ่มตอบกลับว่า "งั้นขอตอนนี้เลยละกัน"
    แล้วเราก็.......(อ๊ายยยยยยยย ><")
    มือขวาของ U-know ระหว่างที่...กันนั้น เลื้อยลงมาจับก้นหญิงเป้ -///-
    แต่อีกมือนี่สิ พยายามมายุ่งกับปกเสื้อแล้วก็สายเสื้อใน
    หญิงเป้ก็เลยต้องจัดการปัดมือออกไปซะ เพื่อความปลอดภัย
    พอ...เสร็จ เทพบุตรหนุ่มก็เปลี่ยนท่าทีมาจิ้มเอวหญิงเป้ทันที - -"
    (เอ่อ...ทำไมมันคนละ feel ฟะ)
    หญิงเป้เห็นดังนั้นก็ "เล่นแบบนี้ใช่มั้ย...ได้เลย"
    แล้วสงครามก็บังเกิด - -
     
    จบ...
     
    ตัดตอนเพราะเรื่องเกี่ยวกับ U-know มีแค่นี้แหล่ะ
    แต่จำได้แม่นเรยทีเดียว หุหุ
    อุ้ย เขินๆๆๆ อิอิ ><
     
    May 31

    ความรู้เล็กน้อยจากชนเผ่าในจีน

    จากที่หญิงเป้ได้ไปท่องเที่ยวจีนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 รอบนะงับ
    ทำให้รู้สึกว่าได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ จากจีนได้มากที่สุดก็ตอนอายุ 20 นี่เอง - -"
    (เพราะก่อนหน้านี้มานเด็กไป จำอะไรไม่ได้แล้ว)
     
    สำหรับชนเผ่าที่เราจะแนะนำนั้น มีแค่ 2 ชนเผ่าจาก 2 พื้นที่นะงับ
    ชนเผ่าแรก เป็นชาวบ้านจากทางธิเบต อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน "แม่หม่าย"
    เพราะว่าเป็นชนกลุ่มที่ผู้หญิงเป็นใหญ่ ดังนั้นจึงพิเศษขึ้นมาหน่อย
    พิเศษตรงที่ว่า ถ้าสาวโสดคนไหนชอบผู้ชายคนใดขึ้นมาแล้วล่ะก็
    เธอจะเปิดหน้าต่างบ้านให้หนุ่มคนนั้นเข้ามาเลยล่ะ
    แล้วหนุ่มๆ ก็จะวางหมวกคาวบอยไว้หน้าบ้านฝ่ายหญิง
    เพื่อให้คนอื่นรับรู้ว่า 'คนนี้มีเจ้าของแล้วนะ'
    ไกด์ท้องถิ่นเราเสริมให้ฟังอีกว่า ถ้าสาวคนไหนท้อง ห้ามถามว่าใครเป็นพ่อเด็กนะ
    แล้วบ้านไหนที่มีลูกสาวอายุ 12-13 แล้ว แม่จะปล่อยให้เป็นอิสระ
    มีห้องหับเป็นของตัวเอง
    ซึ่งนั่นแหล่ะ คงจะหมายถึงว่ามี 'สามี' ได้แล้วนั่นเอง

     
    มาถึงอีกชนเผ่านึงนะงับ จากเมืองคุนหมิง
    พบเห็นได้มากมายที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม "ป่าหิน"
    กลุ่มนี้จะเป็นไกด์ท้องถิ่นคอยแนะนำสถานที่สำคัญๆ ให้นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวป่าหินน่ะเอง
    สังเกตได้ง่ายมาก เพราะพวกเธอแต่งตัวโดดเด่น สวยงาม (จริงๆ นะ)
    ที่สำคัญคือ "เธอสวมหมวกแบบที่มีหู(สามเหลี่ยมแหลมๆ) เสียบไว้ด้วย"
    ไกด์ทุกคนที่เข้าไป จะต้องเตือนลูกทัวร์(หนุ่มๆ) เสมอว่า
    อย่าไปแตะหูของสาวๆ เค้าส่งเดชนะ
    เพราะนั่นหมายความว่า เราไปชอบเค้า
    โดยปกติแล้ว สาวๆ เค้าจะกระโดดหนีคนที่เค้าไม่ชอบ จะมาจับหูของเค้า
    แต่ถ้าเป็นคนที่เค้าชอบ เธอก็จะให้เค้าจับหูได้เรย หุหุ
    แต่นั่นต้องหมายความว่า ผู้ชายคนนั้นต้องทำนาเพื่อพิสูจน์ตัวเองถึง 3 ปีเลยนะ
    เอาล่ะ ใครอยากได้สาวสวยจากเผ่านี้ ก็ต้องเหนื่อยกันหน่อยนะ
    มีทิปเล็กๆ ให้สังเกตได้ว่าสาวคนไหนมีเจ้าของแล้วหรือไม่ คือ
    สาวคนนั้นมี 2 หู : ยังโสด
    สาวคนนั้นมีหูเดียว : มีคู่หมั้นแล้ว
    ไม่มีหู : แต่งงานแล้ว
     
    *ไม่ใช่หูจริงๆ ที่อยู่บนหัวนะเฟ้ย อย่าเข้าใจผิด - -"

     
    มีของแถมเล็กน้อยสำหรับหนุ่มๆ ที่อยากจะไปเที่ยวเมือง "สิบสองปันนา" ด้วยนะ
    ใครอยากเป็นเขยเมืองนี้ต้องอ่านดีๆ ล่ะ
    ไกด์ท้องถิ่นที่ไปเที่ยวกับเราคราวนี้เนี่ย
    เป็นไกด์หนุ่มจากสิบสองปันนานี่แหล่ะ
    แต่พี่ท่านเนี่ย สเปคตรงกันข้ามกับที่สาวๆ เค้าต้องการเลยล่ะ
    เพราะเค้าบอกกับพวกเราว่า
    สาวๆ สิบสองปันนาเนี่ย สเปคเค้าคือ
    สูง ล่ำ ดำ ถึก
    อย่าเข้าใจผิดว่าต้องดำเป็นนิโกรนะ
    แต่หมายถึงตัวคล้ำๆ แดดหน่อย ให้ดูเหมือนคนขยันขันแข็ง
    ทำงานทำการตลอดเวลา อะไรเทือกๆ นั้นน่ะ
    ดังนั้น หนุ่มๆ บ้านเรา ใครที่คิดว่าตัวเองดำ แล้วอาจจะขายไม่ออก หาแฟนแถวนี้ไม่ได้
    ลองไปหาแถวๆ สิบสองปันนาก็ได้นะจ้ะ
    เผื่อจะได้สาวสวยแถวๆ นั้น
    เพราะหญิงเป้คอนเฟิร์มว่า "สาวๆ ที่สิบสองปันนาสวยจริงๆ"
    อ้ะ บอกอีกอย่างคือ ที่นั่นมีประเพณีสงกรานต์เหมือนบ้านเราด้วยนะ
    แต่เค้าจะไม่สาดโครมๆ เหมือนบ้านเราหรอก
    เค้าก็แค่เอาขันมารดเรา เหมือนหญิงไทยสมัยก่อนอ่ะแหล่ะ
    แต่ว่า หนุ่มๆ ห้ามไปแย่งขันจากสาวๆ ที่นั่นนะ
    มิฉะนั้นจะถือว่า ผิดผี เพราะเหมือนกับว่าไปชอบเค้าก่อน
    ส่วนข้อแม้อื่นๆ ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับทางบ้านสาวๆ เค้าล่ะ
    หญิงเป้รู้มาแค่นี้แหล่ะค่า
     
    แหม เกร็ดความรู้รอบนี้ เหมือนมีไว้สำหรับหนุ่มๆ โดยเฉพาะเลยแฮะ
    หญิงเป้เข้าใจว่า คงเป็นเพราะไกด์ท้องถิ่นที่ไปกับทัวร์เราเป็นหนุ่มน้อยแถมยังโสดน่ะเอง
    เรื่องพวกนี้เค้าเลยชอบเล่าให้เราฟังกัน อิอิ
    สำหรับวันนี้ก็คงพอแค่นี้ก่อนละกันนะ นึกอะไรได้จะมาลงใหม่
    งิงิ
     
    May 30

    กลับจากจีนแล้วจ้า

     หุหุ หลังจากหนีร้อนไปพึ่งเย็นที่จีนกลับมาแล้ว
    ทำให้หญิงเป้ชักขี้เกียจเรียนขึ้นมาตะหงิดๆ
    เนื่องจากว่า ไปสะบักสะบอมจากที่นู่นมาง่ะ - -"
    จะเรียกว่าพักผ่อนใจก็ว่าได้ แต่กายนี่เหนื่อยสุดๆ ไปเลยอ่ะ
    จะว่าไปนะ ทัวร์รอบนี้ สามารถเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า
    "อาม่าทัวร์" หรือ "ทัวร์อาม่า"
    เพราะมีแต่คนแก่ๆ อายุไม่ต่ำกว่า 40 เป็นส่วนใหญ่ - -
    แถม รอบนี้ มีตาเฒ่าพาอีหนูมาเที่ยวสองคู่เรยค่า
    อีหนูคนแรกอายุ 27 อีกคน 38 แต่ยังสวยทั้งคู่
    สาวแว่นอีกคนอายุ 28 แต่หน้าเด็กโคดๆ แถมจบโทจากออสฯ มาด้วยนะ
    ที่สำคัญ เธอจบได้เกียรตินิยมมา แล้วยังพูดจีนได้อีกต่างหาก
    เพอร์เฟคจริงๆ - - แอบอิจฉานิดๆ
    ดังนั้น ทัวร์รอบนี้ หญิงเป้ เด็กสุดค่ะ โฮะๆๆๆๆ
    คิดดูเหอะ ไกด์ท้องถิ่นที่เป็นคนจีนนะ ยังอายุแค่ 22 เอง
    ชื่อว่า พี่อาวุธ ยังเรียนมหาลัยอยู่ปี 4 เอกภาษาไทย
    คิดว่ารัฐบาลจีนเรียกมาทำงาน ก็เลยต้องหยุดเรียนไปก่อน(ล่ะมั้ง)
    ดูๆ ไปแล้ว พี่แกน่ารักดี เหมือนลิงเลยอ่ะ สูงแค่ 160 เองมั้ง ยังกะน้องชายแน่ะ อิอิ
    แถมนะ แกพูดไทยได้คล่องปรื๋อเรยด้วย (บ้านพี่แกอยู่สิบสองปันนาอ่ะ)
     
    บริษัททัวร์ชื่อว่า Skadia Air Express (สกาเดีย แอร์เอ็กซ์เพรส) นะงับ
    เป็นทัวร์แรกที่ไปแล้วรู้สึกดีมาก เพราะดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเพอร์เฟคไปหมดเลย
    (ไม่ได้ประชดนะ แล้วก็ไม่ได้ค่าโฆษณาด้วย)
    โรงแรม ภัตตาคาร อาหาร ไกด์ โดยเฉพาะคนขับรถโค้ช
    สุดยอดจริงๆ อ่ะ น่าประทับใจอย่างมาก
    หัวหน้าทัวร์เอาใจลูกทัวร์สุดๆ เลยอ่ะ
    ยิ่งตอนกินข้าวนะ มีพริกน้ำปลา ปลากระป๋อง หมูหยอง ฯลฯ มาเสริมเรื่อยเลย
    คนขับรถก็เหมือนกันนะ เส้นทางจากต้าหลี่-ลี่เจียง-แชงกริล่า-เต๋อชิง จนไปถึงชายแดนธิเบต
    พี่แกซิ่งตามแนวเขาได้มันมากๆๆ (ด้านนึงติดเขา ด้านนึงเป็นเหว)
    ตอนโค้งตามแนวเนี่ย พี่แกก็ทิ้งโค้งสุดๆ ไปเลย ไม่มีการเบรคหรือชะลอใดๆ ทั้งสิ้น
    โดยคนขับให้เหตุผลว่า "ที่ขับเร็วเนี่ย เพราะกลัวหินถล่ม"
    แล้วมันก็เกือบจะเป็นจริง เพราะตอนที่ออกมาจากหมู่บ้านชายแดนธิเบตเนี่ย
    อยู่ๆ ก็มีเศษหินตกจากภูเขาตกลงมาใส่รถด้วยง่ะ แอบน่ากลัวอ่ะ
    แต่พี่แกก็ชำนาญทางอย่างมาก ขับรถโคดเก่งเลย แบบว่าซูฮกเลยค่า
     
    ทริปนี้มีชื่อสั้นๆ ว่า "คุนหมิง-แชงกริล่า 9วัน 8 คืน"
    แบบเต็มคือ "คุนหมิง-ต้าหลี่-ลี่เจียง-ภูเขาหิมะมังกรหยก-แชงกริล่า-เต๋อชิง 9วัน 8คืน"
    เปงการเที่ยวที่โหดจริงๆ ง่ะ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ในทัวร์ แทบตายกันหมดเพราะโรคความดันสูง
    ยังดีที่พ่อหญิงเป้พกเอาเครื่องวัดความดันกับยาไปด้วย เลยพอช่วยจนรอดตายกันหมด - -
    ถ้าให้พูดคือ ตามสถานที่ที่ไปเนี่ย มีแต่ไต่เขาขึ้นไปเรื่อยๆ จน 4000 กว่าเมตร
    อ๊อกซิเจนในอากาศจึงเบาบางมาก และทำให้เหนื่อยง่ายกว่าปกติด้วย
    ดังนั้น สินค้าที่ทุกคนต้องซื้อติดมือคือ "อ๊อกซิเจนกระป๋อง"
    ราคาก็มีตั้งแต่ 18-55 หยวน (เอา 5 คูณเข้าไปจะได้เงินไทยโดยประมาณ)
    แล้วฝาครอบก็จะกลายเป็นที่กดเพื่อป้องลมเข้าจมูกพอดี
    พะรุงพะรังกันพอสมควรทีเดียว
    รอบนี้เนี่ย เรียกได้ว่า "หนีร้อนไปพึ่งเย็น" อย่างแท้จริงเลยล่ะ
    เพราะไปที่นู่นอุณหภูมิไม่เคยไม่มากกว่า 25 องศา แถมยิ่งขึ้นเขาสูงๆ ก็ยังมีติดลบด้วย
    ที่สำคัญ ไปเจอหิมะอีกต่างหาก เหอๆๆ งานนี้แต่งตัวเป็นหมีกลมๆ เลยทีเดียว
    แต่พอกลับมาไทยแล้ว ร้อนแทบเป็นลมเลยง่ะ - -"
    พอจะเข้าใจพวกที่ไปอยู่ต่างประเทศมาแล้วทนร้อนที่นี่ไม่ได้แระ
     
    งานนี้บอกได้คำเดียวว่า "ประทับใจมากกกกกกกกกก"
    หุหุ
     
    May 12

    เครียดว่ะ

     ช่วงนี้เครียดมากเป็นพิเศษ
    เนื่องจากใกล้สอบแล้ว
    แถมยังเรื่องสปอนเซอร์ทำสมุดขายอีก
    ชักเริ่มเห็นด้วยกับไอ้ฟ้าหน่อยนึงแล้ว
    ว่าพี่ทุกสิ่งแกไม่ค่อยน่าเคารพเรื่องที่ได้เป็นประธาน
    แต่ก็เห็นด้วยกับพี่ออยเรื่องนิสัยไอ้ฟ้าเหมือนกัน
    ดังนั้น ไม่ว่ารุ่นนี้ใครจะเป็นประธาน ก็น่าผิดหวังด้วยกันทั้งนั้น
    (ขอโทษนะ ถ้าใครในชมรมเข้ามาอ่านแล้วรู้สึกไม่ดีกับเรา แต่เราคิดงั้นจริงๆ)
     
    เรื่องสปอนเซอร์ที่ขอไปกับทางบริษัท Ini3
    ตอนนี้กำลังรอการติดต่ออยู่
    พี่ออยบอกว่า โทรไปตามเรื่องคงจะดูไม่ดี แต่ว่า
    ถ้าเค้าเกิดลืมขึ้นมาล่ะ
    ก็พี่เค้าบอกเองนี่นาว่าจะติดต่อกลับมาเองอ่ะ
    แต่ว่าจะไม่อยู่บริษัทกันวันพฤหัส แถมศุกร์ถึงอาทิตย์ก็ไปอีสานกันหมดด้วย
    พี่ออยบอกเลยว่า ถ้าเค้าไม่โทรมาก็จะไม่ทำสมุด
    แล้วถ้าเพิ่งติดต่อมาเอาป่านนี้ กลัวว่าจะพิมพ์สมุดมาขายกันไม่ทันน่ะสิ
    ไหนจะติดต่อเรื่องแบบสมุด โรงพิมพ์ ฯลฯ
    เครียดว่ะ เครียดมากๆๆๆๆๆ
    อยากหนีไปจากตรงนี้จริงๆ เลย
    คิดว่า คงเป็นเพราะเราไปบอกเค้าว่า ให้ติดต่อกลับภายในอาทิตย์นี้
    ดังนั้นเหลือเวลาอีกสองวัน เสาร์-อาทิตย์
    ยังไงๆ ก็อยากทำสมุดอ่ะ อยากโทรถามพี่เค้าด้วย
    แหม ถ้าวันนั้นไม่เสียเวลากับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นะ
    อาจจะได้ไปขอที่ Asiasoft ไปแล้ว (เสียดายว่ะ)
    เครียดเฟ้ย เครียด
     
    แล้วไอ้เรื่องประชุมชมรมอีกนะ
    ประชุมบ้าบออะไรตอนเย็นย่ำขนาดนั้น
    กว่าคนจะมา กว่าจะประชุมเสร็จ
    เป้เปงผู้หญิงนะเฟ้ย แล้วก็อยู่หอบางนาด้วย
    มาโทษว่าไม่ยอมเข้าประชุมเองเนี่ย มันถูกต้องแล้วเหรอ?
    พูดอะไร คิดกันหน่อยนะคะ ว่าเพราะอะไรเป้ถึงไปประชุมด้วยไม่ได้
    เบื่อที่จะพูด เบื่อที่จะบอกแล้ว
    แล้วก็เบื่อที่จะต้องโทรตาม โทรถามคนอื่น แล้วกลายเป็นบุคคลเงาในชมรมด้วย
     
    สอบจะมาถึงแล้ว ยังไม่พร้อมเลยสักวิชา
    การ์ตูนก็อยากดู หนังสือก็ต้องอ่าน คอมก็ต้องเปิด(สงสัยอ่ะดิ ทำไม)
    ไฟล์ที่ต้องใช้ในช่วงสอบ เช่น เสียงเลคเชอร์อาจารย์ของมาร์เกต กับเนื้อข่าวจากรี้ดนิวส์
    ทำให้อีเป้ต้องเปิดคอมแทบทุกวัน ทั้งๆ ที่ไม่เปิดเลยน่าจะดีกว่า - -
     
    ช่วงนี้ถังแตก เงินในบัญชีก็เหลือน้อยแค่พอค่าหอ
    ไม่เคยวิกฤตอะไรขนาดนี้เลยนะเนี่ย
    เมื่อวานก็ออกไป pre-test IELTS หมดตัวไปเกือบห้าร้อย - -
    มากสุดก็ค่าสอบน่ะแหล่ะ สามร้อยบาท ที่เหลือเป็นค่ารถไป-กลับ
    เหนื่อยว่ะ เหนื่อยแบบไร้สาเหตุ
    เข้าใจว่าเพราะเหนื่อยใจ เลยเหนื่อยกายตามไปด้วย
    เบื่อมาก อยากกลับบ้านไปนอนเล่น ไม่อยากทำอะไรแล้ว
     
    เรื่อง AU Camp ไม่อยากจะคิด ก็อดคิดไม่ได้ทุกที
    ทั้งๆ ที่ใครจะไป ใครจะมา มันก็ไม่เกี่ยวกับเรา
    เอาเป็นว่าพอถึงเวลาแล้ว ถ้าพี่ออฟโทรตาม ก็จะบอกว่า เป้จะหนีไปเที่ยวละกัน - -
    ส่วนใครในชมรมจะไปหรือไม่ไป...ก็ช่างมันเหอะ
    ท่าทางปีนี้จะยิ่งกว่าน้ำซะอีกนะเนี่ย
    เฮ้อ......
     
    May 09

    เยือน Ini3

    วันนี้ หญิงเป้ตั้งใจจะไปหาสปอนเซอร์ทำสมุดชมรมขายล่ะ
    เลยวางแผนล่วงหน้ากับพี่ออยไว้ว่าต้องเตรียมอะไรไว้บ้าง
    เล่นเอาเครียดจนนอนไม่หลับเลย กลัวว่าจะไปเจอพวกน่ากลัวๆ เข้าน่ะ
    คุยกับพี่ออยว่า หญิงเป้ต้องไปรอที่สนามยิงปืนตอนเที่ยงๆ (ค่ารถ 35 บาท)
    พี่แกมาซะเกือบบ่ายโมง - -"
    แอบเซ็งเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะกลัวว่าไปถึงบริษัทเกมทั้งหลายตอนเค้าปิดแล้ว
    พอพี่ออยมารับ ก็มาถามเลยว่ามีหนังสือจากทางมหาลัยรึเปล่า
    คำตอบคือ "ไม่มี"
    เวงดิ ถามพี่ทุกสิ่ง ก็บอกว่าต้องร่างเอง ชิหายแระ
    ไม่มีเวลามากขนาดนั้นนินา
    โทรหาเอส โทรหาพี่เอก โทรหาอู๋
    สรุปคือ ให้เอสส่งเมล์มาให้ แล้วก็เอามาแก้เอง แอบเซ็งอีกระลอก
    แต่อย่างน้อย ก็มีเรทในระดับที่ค่อนข้างสูงเทียบเท่าของ AP Club
    ตอนแรก กะว่าจะไปที่ Asiasoft ก่อนอ่ะ แต่ว่า
    หญิงเป้เคยคุยกับพี่ม่อนล่วงหน้าแล้วว่าจะไปหาที่บริษัท
    พี่ออยเลยเปลี่ยนเป้าไปอินนิทรีก่อน
    ซึ่งไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ไปอยู่ซะ ถ.นนทรี พระราม3 ฝั่งตรงข้ามกับเซนทรัลพระราม3
    ตอนนั้นก็โทรหากันอีกแล้ว โทรหาโพด โทรหาพี
    สรุปก็คือ ไปถึงเสร็จเรียบร้อยแหล่ะนะ
    พบว่าบริษัทกำลังวุ่นวายสุดๆ ข้าวของระเกะระกะอยู่ที่หน้าโต๊ะประชาสัมพันธ์
    ในใจก็คิดว่า "แล้วฉันจะติดต่อกับใครได้บ้างเนี่ย"
    สุดท้ายก็ต้องเดินไปหาแม่บ้านที่เดินเข้าเดินออกอยู่แถวนั้น
    ให้เค้าไปตามฝ่ายการตลาดมาให้ง่ะ
    ปรากฏว่า เค้าให้ตามเข้าไปในห้อง เข้าไปคุยกานเรย
    คนนั้นเค้าเป็น Marketing Manager เรยนะ
    คุยไปคุยมา จิ้มเครื่องคิดเลขจิ๊กๆๆๆๆ
    ถามนั่นถามนี่สารพัด ทำนองว่า "พวกเอ็งแน่ใจในเรทของตัวเองรึยังล่ะ หึหึ"
    หญิงเป้เค้าสู่โหมด "เบลอ" เลยให้พี่ออยช่วยอธิบายให้
    ไปๆ มาๆ เลยรู้ว่า พี่เค้าก็เปงศิษย์เก่าเอแบคเหมือนกัน 5555
    แถมจบ BBA Marketing ซะด้วยสิ กั่กๆๆๆ
    ถามนู่นถามนี่ซะเยอะเชียว พี่เค้าก็ทำท่าจะให้ค่าสปอนเซอร์อยู่นะ
    แบบว่าพอเห็นสมุด LII ที่เอาไปเปงตัวอย่างนะ เค้าก็ตาวาวขึ้นมาทันที
    อารมณ์เหมือนว่า "อยากจะทำแบบนี้บ้างจัง"
    รีบถามเรื่องปกหน้าปกหลังแบบสีทันทีเรย
    จากนั้นก็คิดๆๆ พี่ท่านก็เฉลยมาอีกว่า
    "ก่อนหน้านี้ ก็มีชมรมอื่นของเอแบคมาขอเหมือนกันนะ แต่พี่จำไม่ได้ว่าชมรมไหน"
    ไอ้เราก็แอบแป้วๆ ว่าจะวืด แต่ท่าทางพี่เค้าอยากให้เรามากกว่า
    เหมือนกับว่า ศิษย์รุ่นน้องมาขอทั้งทีก็อยากจะให้ง่ะ
    คิดว่ามีสิทธิ์ได้ค่าสปอนเซอร์สูงมากเลยนะ เค้าถามแบบสนใจมากๆ
    แต่เค้าก็บอกอีกว่า "พี่ไม่รู้นะว่างบประมาณมีพอรึเปล่า เพราะเพิ่งปิดงบไป จริงๆ แล้วเงินหมื่นดูๆ แล้วมันไม่เท่าไร แต่ถ้างบปิดไปแล้วก็คงต้องพิจารณาอีกทีนะ"
    ว่าแล้ว เค้าก็ถามแนวๆ ว่า "แล้วน้องไปยื่นขอสปอนเซอร์กับบริษัทเกมอื่นแล้วรึยัง"
    หญิงเป้ก็หยอดไปสิว่า "ยังเลยค่ะ เพิ่งมาที่นี่เป็นที่แรก"
    เค้าก็เลยรีบบอก "ถ้างั้น ถ้าเกมอื่นเค้าตอบรับแล้ว รีบโทรบอกพี่เลยนะ"
    หุหุ อยากได้ทั้งสองที่แหล่ะค่ะ ทั้ง AS ทั้ง Ini3 อิอิ
    อาจจะต้องอาศัยการ(ตอ)แหลสักนิดในการหาเงิน หุหุ
    ว่าแต่ว่า ถามแบบนี้ คิดจะให้จริงๆ รึเปล่าคะ ^^
    หลังจากนั้น เค้าก็คุยนู่นนี่เกี่ยวกับเมเจอร์ที่เค้าจบมา จากพี่ออย
    หญิงเป้ก็เลยถามถึงศิษย์เก่าเอแบคสักหน่อยว่าไปทำที่ Ini3 เยอะมั้ย
    พี่เค้าก็เลยว่า เอแบคนอกจากพี่ที่ทำมาร์เกตก็มีพวกคอมอาร์ททำกราฟฟิคด้วย
    ส่วนใหญ่มาจากม.กรุงเทพกานหมด หึหึ ครองตลาดแรงงานนะเนี่ย งิงิ
    คุยเสร็จ พี่เค้าก็ถามถึงวันตอบรับสปอนเซอร์งับ
    หญิงเป้เสนอว่าอย่างเร็วที่สุด ขอภายในอาทิตย์นี้
    พี่เค้าบอกว่า วันพฤหัสพี่ก็ไม่อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้น เค้าจะติดต่อให้เร็วที่สุดนะ
    คริคริ จากนั้นก็ลากลับกานปาย งิงิ
     
    พี่ออยกะหญิงเป้ก็บุกเซนทรัลพระราม 3 งับ
    พี่ออยบอกว่า จะเลี้ยงข้าว แล้วก็พาไปส่งบางนา โทษฐานที่ทำให้รอยันบ่ายโมง
    โห ตาวาวดิ ลากไปกินฟูจิเรย แต่ไม่อิ่มนะ - -
    ต้องไปส่งเพื่อนพี่ออยที่แถวๆ หอการค้าฯ ง่ะ
    จากนั้นก็ไปเดอะมอลล์บางกะปิ ปายซื้อตุ๊กตาให้พี่เหมย
    จากนั้นก็ดูหนังสือ แล้วก็ลากเข้าโออิชิราเมนอีกรอบ เพราะหิวมาก (หมดไป 119 บาท)
    แอบเซ็งหนัก เมื่อหิวจัดๆ แล้ว อาหารมาไม่ทันใจ แถมทำผิดอีกต่างหาก
    หิวจนหายหิวเรยอ่ะ - -" เซ็งจิต
    เหลือบไปเห็นวีซีดีคอนเสิร์ตกอล์ฟไมค์ด้วยนะ อยากได้มากเรย
    แต่ก็อดไว้ เพราะยังไม่มีตังค์ง่ะ (คิดดูออกไปได้ไง มีเงินอยู่ 500 บาท - -)
    สุดท้าย ไปหมดกับถุงเท้าราคา 190 บาทน่ะเอง (แป่ว..แหว่วววว)
    เรยต้องไปกดตังค์เพิ่มเรย - - แล้วก็ช่วยพี่ออยออกค่าน้ำมันไป 100 บาทด้วยนะ
    กลับมาถึงหอ ก็ต้องเอาสมุดปกดำบนห้องขนใส่รถพี่ออยอีกแน่ะ - -
    ดีเรย จะได้ไม่ต้องกองไว้ให้ฝุ่นจับเปงแรมปีอีก งิงิ
    จบการรายงานวันนี้งับ
     
    ปล. จะพยายามจำวันนี้ไว้นะก๊ะ เพราะประทับใจหลายอย่างเหมือนกัน
    ปล2. วันนี้โดนเด็กที่เรียนมาร์เกตม่อเอาด้วยแหล่ะ
    ตอนแรกก็มองก่อน มองใหญ่เรย นั่งถัดกันไปประมาณ 5 เก้าอี้ได้
    จบคลาส มาชวนคุย "ขอโทษครับ ไฟนอลสอบกี่บทครับ"
    "สอบหมดเลยค่ะ"
    "เหรอครับ โห ต้องอ่านเยอะน่าดูเลย"
    "ก็เยอะค่ะ" หญิงเป้จะหันหลังเดินไป
    "งั้นก็ โชคดีนะครับ"
    (-_-)(_ _)(-_-)
    จบไปอีกหนึ่งคดีม่อ - -"